top of page

เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์ (Packaging Factory Working Capital): ออเดอร์ 1.75 ล้าน แต่ทำไมเจ้าของโรงงานยังไม่กล้ารับงาน? | SMEEasyCapital #เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์

12 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์ (Packaging Factory Working Capital): ออเดอร์ 1.75 ล้าน แต่ทำไมเจ้าของโรงงานยังไม่กล้ารับงาน? | SMEEasyCapital #เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์

เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์ (Packaging Factory Working Capital): ออเดอร์ 1.75 ล้าน แต่ทำไมเจ้าของโรงงานยังไม่กล้ารับงาน?


SME Easy Capital | 2 พฤศจิกายน 2569


ลูกค้าส่งใบสั่งผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์มาให้ มูลค่า 1.75 ล้านบาท

ถ้ามองแค่ยอดขาย นี่คืองานที่น่ารับ

แต่พอฝ่ายจัดซื้อเริ่มเช็กราคากระดาษ ฝ่ายผลิตคำนวณเวลาเดินเครื่อง และฝ่ายบัญชีเปิดดูเงินสดที่เหลืออยู่ เจ้าของโรงงานอาจต้องคิดใหม่

งานนี้มีกำไรไหม? และที่สำคัญกว่านั้น บริษัทมีเงินพอจะผลิตจนส่งมอบหรือเปล่า?

สองคำถามนี้ไม่เหมือนกัน

โรงงานอาจเสนอราคาที่มีกำไรไว้แล้ว แต่เงินสดสำหรับซื้อวัตถุดิบรอบแรกยังไม่พอ ขณะที่ลูกค้าต้องการรับสินค้าให้ทันกำหนด และจะชำระเงินหลังตรวจรับตามเครดิตเทอมที่ตกลงกัน

งานไม่ได้มีปัญหาเพราะไม่มีลูกค้า

ปัญหาอยู่ที่บริษัทต้องจ่ายเงินหลายรายการก่อนจะได้เงินจากงานนั้นกลับมา

นี่เป็นเรื่องที่เจ้าของโรงพิมพ์ โรงงานกล่องกระดาษ โรงงานผลิตฉลาก และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ตามคำสั่งซื้อควรทำความเข้าใจให้ชัดก่อนรับออเดอร์ขนาดใหญ่


Packaging Factory Working Capital คืออะไร? ทำไมโรงงานบรรจุภัณฑ์จึงต้องวางแผนเงินก่อนเริ่มผลิต?

Packaging Factory Working Capital หมายถึงการบริหารเงินทุนที่ใช้ระหว่างเตรียมวัตถุดิบ ผลิตสินค้า ส่งมอบ และรอเก็บเงินจากลูกค้า

สำหรับโรงงานผลิตตามคำสั่งซื้อ เงินก้อนหนึ่งอาจถูกใช้ไปตั้งแต่วันที่ยังไม่มีสินค้าออกจากเครื่องจักร

งานกล่องกระดาษพิมพ์ลายต้องเตรียมกระดาษและหมึก บางงานต้องใช้เพลตพิมพ์หรืออุปกรณ์เฉพาะแบบ งานบรรจุภัณฑ์พลาสติกก็มีต้นทุนเม็ดพลาสติก ฟิล์ม หรือวัสดุอื่นตามชนิดสินค้า

ระหว่างผลิตยังมีค่าแรง ค่าไฟฟ้า การควบคุมคุณภาพ งานเสีย และค่าขนส่ง

ลูกค้าบางรายอาจจ่ายมัดจำ ขณะที่บางรายกำหนดชำระหลังรับสินค้าและเอกสารครบแล้ว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสัญญาจริง

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่มูลค่าออเดอร์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ จำนวนเงินที่โรงงานต้องจ่ายก่อน และจำนวนวันที่ต้องรอเงินกลับมา

Packaging Factory Working Capital: ก่อนรับออเดอร์ใหญ่ ต้องดูเงินสดสามช่วง

ก่อนผลิต

ต้องใช้เงินซื้อวัตถุดิบเท่าไร ซัพพลายเออร์ให้เครดิตหรือไม่ ต้องชำระมัดจำหรือจ่ายเต็มก่อนส่งวัตถุดิบ?

ระหว่างผลิต

ค่าแรง ค่าไฟ งานพิมพ์ งานไดคัท การแพ็ก และค่าใช้จ่ายระหว่างผลิตจะถึงกำหนดเมื่อใด?

หลังส่งมอบ

ลูกค้าตรวจรับทันทีหรือไม่ มีเงื่อนไขเรื่องของเสียหรือการคืนสินค้าอย่างไร และเครดิตเทอมเริ่มนับตั้งแต่วันไหน?

หากยังตอบสามช่วงนี้ไม่ได้ การรับงานเพิ่มจากยอดขายที่เห็นในใบสั่งซื้ออาจเป็นการเพิ่มภาระเงินสดโดยไม่รู้ตัว


เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์ (Packaging Factory Working Capital): ออเดอร์ 1.75 ล้าน แต่ทำไมเจ้าของโรงงานยังไม่กล้ารับงาน? | SMEEasyCapital #เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์

ต้นทุนที่เจ้าของโรงงานอาจประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง

กระดาษและหมึกไม่ได้มีราคาเดิมตลอดเวลา

ราคาวัตถุดิบมีผลต่อกำไรโดยตรง โดยเฉพาะงานที่บริษัทเสนอราคาไว้ก่อนเริ่มผลิตนานพอสมควร

ถ้าต้นทุนที่ซื้อจริงสูงกว่าตอนเสนอราคา ส่วนต่างกำไรก็ลดลงทันที เว้นแต่สัญญาจะเปิดโอกาสให้ปรับราคาตามเงื่อนไข

ปี 2569 สมาคมการพิมพ์ไทยได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่ให้ความสำคัญกับความผันผวนของต้นทุนกระดาษ หมึก และพลังงาน ขณะที่ข้อมูลภาครัฐเกี่ยวกับเม็ดพลาสติกแสดงให้เห็นว่าราคามีทั้งช่วงเพิ่มขึ้นและปรับลดลง

สำหรับเจ้าของโรงงาน ข้อสรุปจึงไม่ใช่ต้องรีบซื้อวัตถุดิบกักไว้ให้มากที่สุด แต่คือ ต้องรู้ราคาซื้อจริง ณ วันที่สั่งงาน และประเมินความเสี่ยงหากต้นทุนเปลี่ยน

การซื้อเก็บจำนวนมากเพื่อล็อกราคาอาจช่วยได้ในบางสถานการณ์ แต่ก็ทำให้เงินสดจมอยู่ในสต๊อก และมีความเสี่ยงหากความต้องการสินค้าเปลี่ยน

งานเสียเล็กน้อย อาจกินกำไรไปมากกว่าที่คิด

งานผลิตบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีแค่การนำวัตถุดิบเข้าเครื่องแล้วได้สินค้าสำเร็จรูปทั้งหมด

อาจมีการตั้งเครื่อง ทดสอบสี ตัดแต่ง ตรวจคุณภาพ และคัดชิ้นงานที่ไม่ได้มาตรฐาน

ยิ่งเป็นงานพิมพ์เฉพาะแบบลูกค้า วัตถุดิบบางส่วนอาจนำกลับไปใช้กับออเดอร์อื่นไม่ได้ง่าย

หากโรงงานคำนวณต้นทุนจากจำนวนสินค้าดีที่ต้องส่งมอบ แต่ไม่ได้เผื่อการสูญเสียที่มีหลักฐานจากการผลิตจริง ต้นทุนต่อชิ้นจะต่ำกว่าความเป็นจริง

และการผลิตงานทดแทนก็อาจกระทบวันส่งมอบ ตลอดจนวันเริ่มนับเครดิตเทอม

ลูกค้าสั่งเยอะ ไม่ได้แปลว่าควรให้เครดิตเทอมยาวเสมอไป

บริษัทที่ผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ลูกค้าองค์กรอาจได้รับคำสั่งซื้อเป็นประจำ

ความสัมพันธ์ระยะยาวมีคุณค่า แต่ทุกครั้งที่ขยายเครดิตเทอม โรงงานกำลังรับภาระการเงินเพิ่มขึ้นด้วย

หากต้องจ่ายค่าวัตถุดิบภายใน 7 วัน แต่ลูกค้าจ่ายอีก 45 วันหลังตรวจรับ บริษัทต้องหาทางรองรับช่วงเวลาระหว่างนั้น

ยิ่งมีหลายออเดอร์ซ้อนกัน เงินที่ต้องใช้จะไม่หยุดอยู่ที่งานเดียว


เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์ (Packaging Factory Working Capital): ออเดอร์ 1.75 ล้าน แต่ทำไมเจ้าของโรงงานยังไม่กล้ารับงาน? | SMEEasyCapital #เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์

ตัวอย่างคำนวณ: งาน 1.75 ล้านบาท แต่โรงงานมีเงินสดไม่พอเริ่มผลิต

ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติของบริษัทผลิตกล่องและบรรจุภัณฑ์พิมพ์ลาย ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริงของ SME Easy Capital

บริษัทได้รับคำสั่งผลิตมูลค่า 1,750,000 บาท โดยลูกค้าจะชำระตามข้อตกลงหลังการส่งมอบและตรวจรับ

ในช่วงก่อนรับเงิน บริษัทมีรายจ่ายที่ต้องเตรียมดังนี้

รายจ่ายสมมติ

จำนวนเงิน

กระดาษและวัตถุดิบหลัก

620,000 บาท

หมึก เพลต และวัสดุประกอบ

145,000 บาท

ค่าแรงและงานผลิต

240,000 บาท

ค่าไฟและสาธารณูปโภคที่จัดสรร

95,000 บาท

ค่าขนส่งและส่งมอบ

70,000 บาท

ค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น

50,000 บาท

รวมรายจ่าย

1,220,000 บาท

สมมติว่าบริษัทมีเงินสดพร้อมใช้ 410,000 บาท และมีลูกหนี้จากงานก่อนที่คาดว่าจะชำระทันก่อนรายจ่ายชุดนี้ครบกำหนดอีก 260,000 บาท

ถ้าเงินเข้าตามแผน บริษัทจะมีเงินพร้อมใช้รวม

410,000 + 260,000 = 670,000 บาท

เมื่อเทียบกับรายจ่ายที่ต้องเตรียม

1,220,000 − 670,000 = 550,000 บาท

นั่นคือช่องว่างเงินสดเบื้องต้น 550,000 บาท ภายใต้สมมติฐานว่ารายจ่ายทั้งหมดต้องชำระก่อนบริษัทได้รับเงินจากออเดอร์ใหม่นี้ และไม่มีรายการรับจ่ายอื่นเพิ่มเติม

แต่ถ้าลูกหนี้งานก่อนจ่ายช้า บริษัทจะมีเงินพร้อมใช้เพียง 410,000 บาท

ช่องว่างจึงเป็น

1,220,000 − 410,000 = 810,000 บาท

สถานการณ์

ช่องว่างเงินสดเบื้องต้น

ลูกหนี้เดิมชำระทันกำหนด

550,000 บาท

ลูกหนี้เดิมชำระล่าช้า

810,000 บาท

ต่างกัน 260,000 บาท ทั้งที่คำสั่งผลิตใหม่ยังมีมูลค่าเท่าเดิม

มีอีกเรื่องที่ต้องดูด้วย

นำมูลค่างาน 1,750,000 บาท หักรายจ่ายสมมติ 1,220,000 บาท จะเหลือส่วนต่าง 530,000 บาท

แต่ส่วนต่าง 530,000 บาทยังไม่ใช่กำไรสุทธิที่ยืนยันแล้ว

เพราะต้องตรวจภาษีที่เกี่ยวข้อง ต้นทุนที่ยังไม่ได้รวม ค่าใช้จ่ายบริหาร ค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ย งานเสียจริง และรายการบัญชีอื่น รวมถึงตรวจว่าราคาตามสัญญาและต้นทุนที่ใช้เปรียบเทียบอยู่บนฐานภาษีเดียวกันหรือไม่

ส่วนช่องว่างเงินสด 550,000 หรือ 810,000 บาทก็ไม่ได้แปลว่าบริษัทต้องขอ OD เท่าจำนวนนั้นทันที

บริษัทต้องนำกำหนดจ่ายแต่ละรายการมาวางตามวัน ตรวจเงินสำรองขั้นต่ำ และดูว่าสามารถปรับเงื่อนไขการจ่ายหรือรับเงินส่วนใดได้บ้าง

ตัวเลขที่ต้องหาให้เจอคือวันที่เงินสดขาดมากที่สุด ไม่ใช่แค่นำรายจ่ายรวมมาลบเงินที่มีอยู่


เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์ (Packaging Factory Working Capital): ออเดอร์ 1.75 ล้าน แต่ทำไมเจ้าของโรงงานยังไม่กล้ารับงาน? | SMEEasyCapital #เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์

รับออเดอร์ใหญ่แล้วไม่อยากให้เงินจม ควรเริ่มแก้ตรงไหน?

เริ่มจากใบเสนอราคา

ถ้าโรงงานเสนอราคาตามต้นทุนเก่า ทั้งที่ราคาซื้อวัตถุดิบอาจเปลี่ยนก่อนผลิต ควรกำหนดช่วงเวลาที่ราคาเสนอมีผล และทบทวนเงื่อนไขการปรับราคาสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูงตามความเหมาะสม

ถัดมาคือเงื่อนไขการชำระเงิน

งานที่ต้องซื้อวัตถุดิบเฉพาะแบบลูกค้าอาจมีเหตุผลทางธุรกิจในการเจรจามัดจำหรือการชำระเป็นงวด แต่จะตกลงได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองและสัญญาของแต่ละฝ่าย

เรื่องที่สามคือการวางแผนการผลิต

หากมีงานหลายล็อต อย่าดูเพียงว่าเครื่องจักรว่างช่วงไหน ต้องดูด้วยว่างานไหนต้องจ่ายวัตถุดิบก่อน งานไหนมีต้นทุนค้างจ่าย และงานไหนมีโอกาสเก็บเงินได้เร็วกว่า

บางครั้งออเดอร์ที่มูลค่าไม่สูงที่สุดอาจเป็นออเดอร์ที่เหมาะจะผลิตก่อน หากดูทั้งกำไร เงินที่ต้องสำรอง และกำหนดส่งมอบร่วมกัน โดยต้องไม่ผิดสัญญากับลูกค้ารายอื่น

สุดท้ายคือรายงานลูกหนี้

ยอดที่ออกใบแจ้งหนี้แล้วกับยอดที่ผ่านการตรวจรับแล้วอาจมีความเสี่ยงในการเก็บเงินไม่เท่ากัน

ถ้าฝ่ายบัญชีแยกสถานะงานอย่างชัดเจน เจ้าของโรงงานจะเห็นได้เร็วขึ้นว่าเงินที่คาดว่าจะเข้ามีความแน่นอนแค่ไหน


สินเชื่อ OD เหมาะกับโรงงานบรรจุภัณฑ์หรือไม่?

อาจเหมาะกับบางกรณี โดยเฉพาะโรงงานที่มีความจำเป็นใช้เงินระยะสั้นเพื่อรองรับต้นทุนผลิต และมีรายรับที่สามารถประเมินเพื่อนำมาชำระคืนได้อย่างสมเหตุสมผล

OD หรือวงเงินเบิกเกินบัญชีช่วยให้ธุรกิจเบิกใช้เงินภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ โดยมีดอกเบี้ยตามยอดที่เบิกใช้จริงและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

ตัวอย่างเช่น โรงงานต้องจ่ายค่าวัตถุดิบก่อน แต่คาดว่าจะได้รับค่าบริการจากงานที่ส่งมอบและตรวจรับแล้วในช่วงถัดไป

สถานการณ์นี้สามารถนำ OD มาเปรียบเทียบกับเงินสำรอง การเจรจาเครดิตผู้ขาย หรือทางเลือกจัดหาเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้การค้า

แต่หากโรงงานกำลังจะซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่ เครื่องไดคัท หรือเครื่องจักรที่ต้องใช้หลายปี การลงทุนลักษณะนั้นควรพิจารณาแหล่งเงินทุนระยะยาวด้วย

และถ้าโรงงานรับงานที่มีราคาขายต่ำกว่าต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การเพิ่ม OD อาจช่วยให้จ่ายเงินได้ในบางช่วง แต่ไม่ได้ทำให้ธุรกิจกลับมามีกำไร

สินเชื่อ OD ไม่ใช่เหตุผลให้รับทุกออเดอร์ แต่เป็นเครื่องมือที่ควรใช้หลังจากรู้ว่างานนั้นคุ้มค่า และเงินจะกลับมาเมื่อไร


เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์ (Packaging Factory Working Capital): ออเดอร์ 1.75 ล้าน แต่ทำไมเจ้าของโรงงานยังไม่กล้ารับงาน? | SMEEasyCapital #เงินทุนหมุนเวียนโรงงานบรรจุภัณฑ์

ก่อนปรึกษาเงินทุน เจ้าของโรงงานควรเตรียมข้อมูลอะไร?

สำหรับบริษัทหรือหจก.ที่ประกอบธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ ควรเตรียมเอกสารตามที่ผู้ให้บริการกำหนด โดยข้อมูลที่ช่วยอธิบายกิจการได้ดี ได้แก่

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลและข้อมูลผู้มีอำนาจลงนาม

  • งบการเงินและรายการเดินบัญชีบริษัท

  • ใบสั่งซื้อและสัญญาจ้างผลิต

  • ใบเสนอราคาซื้อวัตถุดิบหรือเอกสารการจัดซื้อ

  • ข้อมูลต้นทุนผลิตตามออเดอร์

  • รายงานสินค้าคงคลังและงานระหว่างผลิต

  • กำหนดการผลิตและส่งมอบ

  • รายงานลูกหนี้และเจ้าหนี้การค้า

  • ตารางเงินสดรับ–จ่ายล่วงหน้า

  • ข้อมูลภาระหนี้และแผนชำระคืน

หากมีเอกสารอนุญาตหรือข้อกำหนดเฉพาะโรงงานและผลิตภัณฑ์ ควรตรวจตามกิจการจริง ไม่ใช่อาศัยหนังสือรับรอง DBD เพียงฉบับเดียว


คำถามที่เจ้าของโรงพิมพ์และโรงงานบรรจุภัณฑ์มักสงสัย

มีใบสั่งซื้อ 2 ล้านบาท สามารถขอ OD ได้ 2 ล้านบาทเลยไหม?

ไม่สามารถสรุปจากมูลค่าใบสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว ผู้ให้บริการต้องพิจารณาข้อมูลกิจการ ต้นทุน ความสามารถชำระคืน และเงื่อนไขอื่นประกอบ

บริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ตามออเดอร์ เหมาะกับ OD หรือ Factoring มากกว่า?

ขึ้นอยู่กับช่วงที่ต้องการเงิน หากต้องซื้อวัตถุดิบก่อนผลิต กับกรณีที่ส่งมอบแล้วและมีลูกหนี้การค้าตามเกณฑ์ อาจเหมาะกับเครื่องมือคนละประเภท ต้องเปรียบเทียบเงื่อนไขจริง

ลูกค้าจ่ายหลังตรวจรับ 45 วัน ใช้ OD รองรับได้ไหม?

อาจเป็นหนึ่งในทางเลือก แต่ต้องนับช่วงเวลาตั้งแต่จ่ายต้นทุนจนถึงวันที่คาดว่าจะเก็บเงินจริง ไม่ใช่นับเพียง 45 วันจากวันออกใบแจ้งหนี้โดยไม่ดูขั้นตอนตรวจรับ

โรงงานที่มีเครื่องจักรแต่ไม่มีหลักทรัพย์อื่น ขอ OD ได้หรือไม่?

ต้องตรวจเงื่อนไขผู้ให้บริการแต่ละแห่ง ไม่สามารถรับประกันคุณสมบัติหรือผลอนุมัติจากการมีเครื่องจักรอย่างเดียว

ถ้าราคาวัตถุดิบปรับขึ้นหลังเสนอราคา ควรทำอย่างไร?

ต้องตรวจสัญญาว่าสามารถปรับราคาได้หรือไม่ พร้อมประเมินต้นทุนและกำไรงานใหม่ ไม่ควรปรับราคาหรือเปลี่ยนวัตถุดิบที่ตกลงไว้ฝ่ายเดียวโดยไม่มีสิทธิตามสัญญา

OD เหมาะกับการซื้อเครื่องจักรใหม่หรือไม่?

การซื้อสินทรัพย์ใช้งานหลายปีควรเปรียบเทียบสินเชื่อเครื่องจักรหรือเงินทุนระยะยาวที่มีโครงสร้างชำระคืนเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องใช้ OD เป็นตัวเลือกแรก


งานที่ดี ไม่ใช่งานที่มูลค่าสูงที่สุดเสมอไป

สำหรับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ การได้ลูกค้ารายใหญ่ช่วยสร้างโอกาสในการเติบโต

แต่ทุกออเดอร์มีต้นทุน มีรอบผลิต และมีระยะเวลารับเงินของตัวเอง

หากเจ้าของโรงงานรู้เพียงว่างานใหม่เข้ามากี่ล้านบาท ก็อาจมองไม่เห็นว่าบริษัทต้องสำรองเงินเพิ่มอีกเท่าไร

การตัดสินใจรับงานจึงควรพิจารณาทั้งกำไรที่คาดหวัง ความเสี่ยงด้านต้นทุน คุณภาพลูกหนี้ และกระแสเงินสดก่อนรับเงินจริง

ก่อนรับออเดอร์ใหม่ ลองถามฝ่ายบัญชีสักคำว่า “ผลิตงานนี้เสร็จแล้ว เราต้องรอเงินอีกกี่วัน และระหว่างนั้นต้องจ่ายอะไรบ้าง?”

คำตอบอาจมีค่ามากกว่าตัวเลขยอดขายที่เพิ่มขึ้นบนรายงานเสียอีก

สำหรับเจ้าของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ต้องการปรึกษาแนวทางเงินทุนหมุนเวียน และศึกษาความเหมาะสมของสินเชื่อ OD สามารถติดต่อ SME Easy Capital

โทร. 088 555 9440

เว็บไซต์: www.smeeasycapital.com

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินธุรกิจ ตัวเลขและสถานการณ์ทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ผลประกอบการของลูกค้าจริงหรือข้อเสนอสินเชื่อ การพิจารณาวงเงิน ดอกเบี้ย หลักประกัน และเงื่อนไขขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย

 
 
 

ความคิดเห็น


® สงวนสิทธิ์เฉพาะ smeeasycapital เท่านั้น
bottom of page